รู้หน้าก็รู้ใจ มหาวิทยาลัยจากจีนใช้โครงข่ายประสาทเทียมแยกแยะอาชญากรจากใบหน้า

รู้หน้าก็รู้ใจ มหาวิทยาลัยจากจีนใช้โครงข่ายประสาทเทียมแยกแยะอาชญากรจากใบหน้า

แยกแยะอาชญากรจากใบหน้า

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Shanghai Jiao Tong ในประเทศจีน ใช้ Machine Learning ในการศึกษาความแตกต่างระหว่างใบหน้าของเหล่าอาชญากรกับคนธรรมดาทั่วไป และผลลัพธ์ที่ได้มีก็ความแม่นยำอย่างมาก

โครงข่ายประสาทเทียมแยกแยะอาชญากรจากใบหน้า

งานวิจัยของคุณ Xiaolin Wu และคุณ Xi Zhang จากมหาวิทยาลัย Shanghai Jiao Tong ประเทศจีน ใช้เทคนิคโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างใบหน้าของเหล่าอาชญากรและคนธรรมดา เป็นการหาคำตอบว่าเราจะสามารถแยกแยะจากคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกันเพียงแค่ดูใบหน้าได้หรือไม่

วิธีการที่พวกเขาใช้ก็ตรงไปตรงมา ด้วยการถ่ายภาพใบหน้าของชายชาวจีนทั้งหมด 1,856 คน  ซึ่งมีอายุระหว่าง 18-55 ปี ในจำนวนทั้งหมดนี้มีครึ่งหนึ่งเป็นอาชญากร จากนั้นนำไปเข้าโปรแกรมที่พวกเขาเขียนขึ้นเพื่อทำการแยกแยะใบหน้าของเหล่าอาชญากรกับคนธรรมดา

ตัวอย่างฐานข้อมูล (dataset) ที่ทีมนักวิจัยใช้
ตัวอย่างฐานข้อมูล (dataset) ที่ทีมนักวิจัยใช้

ผลการศึกษาพบว่า โปรแกรมของพวกเขามีความแม่นยำถึง 89.5% โดยตามรายงาน ส่วนต่างๆ ของใบหน้าที่โปรแกรมของพวกเขาใช้ในการแยกแยะ แบ่งออกเป็น 3 ตัวแปรได้แก่

  1. ความโค้งของริมฝีปากบน ซึ่งโดยปกติแล้วอาชญากรจะมีความใหญ่มากกว่าคนธรรมดา 23%
  2. ระยะห่างระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง (inner corners of the eyes) ซึ่งของอาชญากรจะสั้นกว่าคนธรรมดา 6%
  3. มุมของเส้นที่ลากระหว่างสันจมูกกับมุมปากทั้งสองข้าง ซึ่งของอาชญากรจะมีขนาดแคบกว่า 20%
criminal-anthropometry
ส่วนต่างๆ ของใบหน้าที่โปรแกรมของพวกเขาใช้ในการแยกแยะ แบ่งออกเป็น 3 ตัวแปร

 

ผลลัพธ์ที่ได้ เกิดขึ้นท่ามกลางข้อโต้แย้งและคำถามที่เกิดขึ้นมากมาย

งานวิจัยนี้ส่งผลให้เกิดคำถามด้านศีลธรรมต่างๆ ขึ้นมากมาย ในการตัดสินผู้คนจากเพียงแค่ใบหน้า และถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะถูกต้อง แต่พวกเขาจะอธิบายการตัดสินคนต่างๆ ได้อย่างไร ทำไมใบหน้าของเหล่าอาชญากรถึงแตกต่างจากคนธรรมดา แล้วพวกเราจะสามารถแยกแยะคนเหล่านั้นออกจากกันได้อย่างไร นิสัยความเป็นอาชญากรเกิดจากพฤติกรรมที่ได้เรียนรู้ สั่งสอนกันมา หรือเกิดจากวิวัฒนาการของมนุษย์กันแน่

พวกเราอาจจะกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของมานุษยวิทยาด้านการวัดร่างกายของคน (anthropometry) เนื่องจากเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีทีมนักวิจัยอีกทีมหนึ่งจากมหาวิทยาลัย Notre Dam ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ใช้ Deep Learning ในการตัดสินผู้คนจากเพียงแค่ใบหน้าว่ามีความเชื่อถือ ฉลาด ชอบเข้าสังคม มีอารมณ์ขัน และอื่นๆ อีกมากมาย เช่นกัน

อ้างอิง: MIT Technology Review

เขียนโดย

Nattakorn Leardthanapaichit

นิสิตภาควิชาเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ กำลังสนุกกับการพบปะผู้คน ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นพิเศษ
   
Tags: , , , , ,