TOP

มาเต้นต้านแรงโน้มถ่วงแบบ Michael Jackson กัน

วันนี้ 29 สิงหาคม ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการเพลงป๊อบเลยทีเดียว เพราะว่านั่นคือวันคล้ายวันเกิดของหนึ่งในบุคลากรคนสำคัญมากของวงการ

เขาคนนั้นคือ Michael Jackson

ไม่ว่าผู้อ่านจะเกิดทันหรือไม่ ก็ไม่มีทางที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของราชาเพลงป๊อบตลอดกาลผู้นี้ และในปี 2018 นี้ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ เขาก็จะมีอายุ 60 ปี ครบรอบแซยิดพอดี

โดยผลงานเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้เขามีอยู่หลายเพลงด้วยกัน เช่นเพลงที่ถ้าถูกเปิดขึ้นมาเมื่อไหร่หลาย ๆ คนจะร้อง “อ๋อ!” ทันทีก็อย่าง Beat It, Thriller, Billie Jean หรือ Smooth Criminal และที่เด็ดยิ่งกว่านั้นคือ MV ทั้งหลายที่เอ็มเจปล่อยออกมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติช่อง MTV ในยุคนั้นเลยทีเดียว และนอกจากนั้นแล้วยังโชว์ให้เห็นถึงความสามารถด้านการเต้นขั้นเทพของเขาอีกด้วย

เมื่อพูดถึงเรื่องทักษะด้านการเต้นแล้ว เอ็มเจได้สร้างสรรค์ท่าเต้นในตำนานไว้มากมายหลายท่า ชนิดที่ว่ายังคงโด่งดังน่าประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินอีกหลายคน และในบทความนี้เราจะมาเปิดเผยเทคนิคของเขากัน

ท่าเต้นที่เราเลือกมาคุยกันนั้น มาจากเพลง Smooth Criminal ซึ่งเชื่อว่าผู้ชมในยุคนั้นที่เห็นเป็นครั้งแรกคงติดตาตรึงใจกับเอ็มเจในสูทขาวและสเต็ปขยับหมวกพร้อมยกยิ้มขึ้นนิด ๆ ก่อนที่เขาจะเอียงตัวลงต้านแรงโน้มถ่วงหน้าแทบทิ่มพื้น แบบที่คนดูต้องเอามือทาบอกพร้อมอุทานว่าขุ่นพระช่วย!

ท่านั้นมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Anti-Gravity Lean”

……ก็ดูเป็นท่าง่าย ๆ นะ แค่ยืนตัวเอียง ๆ เท่านั้นเอง

เอาล่ะ มาดูความเป็นไปได้กันก่อน โดยมาทำการทดลองเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกัน

ไม่ว่าตอนนี้ผู้อ่านจะอ่านอยู่ในท่าใดก็ตาม เรามาเริ่มจากการลุกขึ้นยืน เอามือแนบลำตัวแล้วเอียงตัวไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุด โดยที่ทั้งตัวต้องตรง ห้ามก้มโค้ง และเท้าต้องวางราบไปกับพื้น ห้ามเขย่ง ถ้าใครยืนอ่านอยู่บนรถไฟฟ้าก็ระวังรถเบรคหน้าทิ่มด้วยนะ

ผลลัพธ์ก็คือ ….ทำไม่ได้ใช่ไหมคะ (ฮา)

โดยทั่วไปแล้ว ค่าเฉลี่ยที่มนุษย์สามารถเอียงตัวแบบนั้นได้จะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20 องศา และนักเต้นมืออาชีพบางคนก็ยังสามารถทำได้แค่ไม่เกิน 25-30 องศา ขณะที่เอ็มเจและแก๊งแดนเซอร์ของเขาสามารถทำได้ถึง 45 องศา!

คำถามคือ “ทำไม?!”

คน สัตว์ สิ่งของที่มีสมบัติเป็นของแข็งทั้งหมดนั้น ล้วนมีจุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity : CG) เป็นของตัวเอง ซึ่งจุดศูนย์ถ่วงของวัตถุคือจุดที่เหมือนว่าน้ำหนักรวมทั้งหมดของวัตถุอยู่ที่จุดนั้น ถ้าเราสมมติเป็นแนวดิ่งจะเห็นว่า น้ำหนักรวมของวัตถุทั้งหมดต้องผ่านแนวดิ่งเส้นนี้ ผ่านจุดที่เราเรียกว่าจุดศูนย์ถ่วง ซึ่งจะทำให้วัตถุที่วางตัวในแบบนี้อยู่ในสภาวะสมดุล แปลให้เข้าใจสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า เป็นจุดที่เหมือนรวมน้ำหนักของวัตถุไว้ โดยที่แรงโน้มถ่วงโลกกระทำมากที่สุดและได้สมดุลนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น ตุ๊กตาล้มลุกซึ่งมีตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เวลาเราจับตุ๊กตาโยก นางจึงไม่ล้มลงและกลับมาตั้งตามเดิมได้

(Encyclopædia Britannica, Inc.)

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างกันของตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงมากขึ้น ลองนึกถึงวัตถุอื่นใกล้ ๆ ตัว อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ ถ้าเรานำมือถือไปวางไว้บนปลายเข็ม จุดที่เราวางลงไปและไม่ทำให้มือถือตกพื้นนั่นแหล่ะคือจุดศูนย์ถ่วงของมือถือเครื่องนั้น

สำหรับคนเราเมื่อตอนที่ยืนตัวตรงจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายจะอยู่บริเวณกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (Sacral vertebrae) ชิ้นที่ 2 หรือตำแหน่งประมาณ 2 นิ้วเหนือสะดือ แตกต่างกันเล็กน้อยตามความสูงของแต่ละคน เมื่อเรายืนอยู่เฉย ๆ จุดศูนย์ถ่วงของเราจะยังคงเป็นไปตามแนวดิ่ง ไม่ออกนอกระยะฐาน (หรือเท้า) แต่เมื่อใดก็ตามที่จุดศูนย์ถ่วงของเราเลื่อนออกนอกระยะฐานไป เมื่อนั่นแหล่ะเราก็จะล้มลง

ตอนที่คนเราโค้งก้มตัวลง จุดหมุน (Fulcrum) ของเราจะอยู่ที่สะโพกและจุดศูนย์ถ่วงของเราจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยที่มีกล้ามเนื้อ Erector spinae คอยยึดแนวกระดูกสันหลังเอาไว้ทำให้เราไม่ล้ม แต่ถ้าเราเอียงตัวด้วยหลังตรงเด่แบบเอ็มเจแล้วนั้น จุดหมุนของเราจะตกลงไปอยู่ที่ข้อเท้าแทน และสิ่งที่จะยึดเราไม่ให้ล้มมีเพียงแค่เอ็นร้อยหวาย (Achilles tendon) เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ายึดน้ำหนักทั้งหมดของเราเอาไว้ไม่ได้ จึงทำให้เราหน้าทิ่มพื้น

Journal of Neurosurgery: Spine ภาพจาก: thejns.org)

Journal of Neurosurgery: Spine ภาพจาก: thejns.org)

นี่แหล่ะคือเหตุผลว่าทำไมปุถุชนธรรมดาถึงเอียงตัวได้แค่ไม่เกิน 20 องศา เป็นเพราะข้อจำกัดทางกายภาพของพวกเรานั่นเอง และอย่างที่ได้เล่าสู่กันฟังไปตอนต้นว่าขนาดนักเต้นมืออาชีพที่ผ่านการฝึกมาอย่างดียังทำได้มากที่สุดแค่ 30 องศาเท่านั้น แต่แล้วทำไมเอ็มเจยังจะเอียงล้ำหน้าไปมากกว่าชาวบ้านได้อีก 15 องศาล่ะ!

เคล็ดลับของเขาอยู่ที่รองเท้า

รองเท้าของเอ็มเจและก๊วนแดนเซอร์นั้นเป็นแบบที่ทำขึ้นมาพิเศษและมีการจดสิทธิบัตรแล้วเรียบร้อย โดยที่รองเท้ามหัศจรรย์นี้มีการตัดส้นพื้นรองเท้าออกเป็นสามเหลี่ยม เพื่อเป็นร่องสำหรับไปเสียบเข้าตัวล็อคที่ยึดไว้กับพื้นเวที ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาสามารถเอียงตัวได้ถึง 45 องศา

ภาพส่วนหนึ่งจากใบสิทธิบัตรรองเท้าของไมเคิล แจ็คสัน (ภาพจาก: Artfido.com)

ภาพส่วนหนึ่งจากใบสิทธิบัตรรองเท้าของไมเคิล แจ็คสัน (ภาพจาก: Artfido.com)

Journal of Neurosurgery: Spine ภาพจาก: thejns.org)

Journal of Neurosurgery: Spine ภาพจาก: thejns.org)

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าใครที่ใส่รองเท้าพิเศษนี้แล้วจะสามารถทำตามได้ทุกคน แดนเซอร์ของเขารวมถึงตัวเขาเองล้วนผ่านการฝึกมาอย่างดี แถมการแสดงท่านี้ยังสร้างภาระให้กับเอ็นร้อยหวายอย่างมาก ซึ่งถือว่าค่อนข้างอันตรายเลยล่ะ

โดยสรุปคือ พวกเราทำตามไม่ได้นะจ๊ะ หรืออาจทำได้ แต่จะยากมากเลยทีเดียว ลองฝึกท่าอื่น ๆ อย่างท่า Moonwalk หรือท่าลูบเป้าไปก่อนนะ

ก่อนจะจากกันไป เราขอขอบคุณงานวิจัยที่ชื่อว่า Journal of Neurosurgery ที่เผยแพร่ออนไลน์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้เอง ซึ่งได้ข่าวมาว่าทีมวิจัยนี้ก็เป็นแฟนตัวยงของเอ็มเจด้วย ถ้าใครสนใจเพิ่มเติมให้เข้าไปอ่านฉบับเต็มกันได้ที่นี่เลย และสำหรับใครที่ไม่เคยฟังเพลงของเอ็มเจก็ลองไปหามาฟังแล้วเต้นตามกันนะคะ

อ้างอิง:

How did Michael Jackson challenge our understanding of spine biomechanics?

Science Explains How Michael Jackson Accomplished the Anti-Gravity Lean

จุดศูนย์ถ่วง(Center of Gravity : CG)

จบถาปัตย์ภายใน ชอบวาดรูป ดูหนัง อ่านการ์ตูน อ่านนิยาย ฟังเพลง เล่นเกม ตอนเด็ก ๆ อยากเป็นเซเลอร์มูนและตอนนี้ก็ยังอยากเป็น