ปัจจัยที่ควรควบคุมสำหรับแบบทดสอบออร่า : ความอัจฉริยะด้านสมอง เพื่อการวัดผลที่ดีพอ

ปัจจัยที่ควรควบคุมสำหรับแบบทดสอบออร่า : ความอัจฉริยะด้านสมอง เพื่อการวัดผลที่ดีพอ

แบบทดสอบออร่า : ความอัจฉริยะด้านสมอง

วันสองวันมานี้ ใน Facebook มีการแชร์โพสต์แบบทดสอบออร่า : ความอัจฉริยะด้านสมอง ให้คนมองตรงกลางของรูปวงกลมที่มีรัศมีจำนวนมากมาย เพื่อดูสี (ในโพสต์บอกว่าเป็นออร่า) ที่เกิดขึ้นว่าเป็นสีน้ำเงิน เขียว เหลือง หรือแดง เพื่อนำไปดูผลอีกทีว่าสมองของเรามีความอัจฉริยะในด้านไหน แต่อย่างไรก็ตามการดูสีที่เกิดขึ้นแบบนี้อาจวัดผลได้ไม่ดีพอ แม้ผู้มองภาพจะเป็นคนๆ เดียวกัน หากไม่ได้มีการควบคุมปัจจัยต่างๆ เหล่านี้

ตัวแปรการมองเห็นสีจากอุปกรณ์

หลายๆ ครั้งที่เวลาเราดูภาพๆ หนึ่งจากอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เช่น iPhone ของเพื่อนกับ iPhone ของเรา กลับให้ภาพที่มีสีแตกต่างกัน (บางครั้งอาจถึงขั้นว่าภาพที่ได้มีความสวยแตกต่างกัน) นั่นเป็นเพราะปัจจัยด้านการมองเห็นสีจากอุปกรณ์ ซึ่งในแต่ละอุปกรณ์หากไม่มีการควบคุมการแสดงสีให้มีความคล้ายกัน แสงสีที่เรามองเห็นจึงแตกต่างกันออกไป

ขอบเขตการแสดงสี (Color Gamut)

ขอบเขตสี sRGB ซึ่งเป็นขอบเขตสีบนหน้าจอแสดงผลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
ขอบเขตสี sRGB ซึ่งเป็นขอบเขตสีบนหน้าจอแสดงผลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

ในแต่อุปกรณ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นมือถือ iPhone หรือ Samsung หน้าจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ถึงแม้จะมียี่ห้อและรุ่นเดียวกัน แต่ล้วนมีขอบเขตของสี หรือ ความสามารถในการแสดงสีที่แตกต่างกัน ซึ่งหากหน้าจอการแสดงผลใดที่มีขอบเขตการแสดงสีที่ครอบคลุมไปทางด้านสีแดงมากกว่า ก็มีแนวโน้มว่าจะเห็นภาพนี้มากกว่าสีแดงหรือสีเหลืองมากกว่านั่นเอง

เปรียบเทียบขอบเขตสีของ iPhone 3GS กับ Nexus One
เปรียบเทียบขอบเขตสีของ iPhone 3GS กับ Nexus One

สภาพแวดล้อมที่ใช้มอง

สภาพแวดล้อมในทีนี้หมายถึงแสงที่ตกลงมาแล้วอาจเกิดการผสมแสงสีที่เกิดขึ้นจากหน้าจอ ทำให้ตาของเราเห็นสีที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม โดยแสงที่ตกลงมาในที่นี้อาจหมายถึงแสงจากหลอดไฟภายในห้อง แสงจากดวงอาทิตย์ หรือแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ ซึ่งในแต่ละแหล่งกำเนิดแสงก็มีอุณหภูมิสี (Color temperature) ที่แตกต่างกัน

เปรียบเทียบอุณหภูมิสีของแสงสีต่างๆ (ภาพจาก:
เปรียบเทียบอุณหภูมิสีของแสงสีต่างๆ (ภาพจาก: cloudfront.net)

องศาที่ใช้มอง

เมื่อแสงถูกเปล่งออกมาจากแหล่งกำเนิดแสงภายในหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ LED, OLED หรืออื่นๆ ย่อมต้องผ่านกระจกที่ปิดทับไว้อยู่ข้างบน ดังนั้นแสงที่ผ่านกระจกจะมีการหักเห แทรกสอด หรือสะท้อนกลับออกไป คนละทิศคนละทาง ดังนั้นสีผสมจากหลอดไฟที่อยู่ในหน้าจออาจเกิดความผิดเพี้ยนไป เมื่อเรามองภาพบนหน้าจอด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน

องศาที่ใช้ในการมองที่แตกต่างกัน ทำให้มองเห็นสีที่ต่างออกไป
องศาที่ใช้ในการมองที่แตกต่างกัน ทำให้มองเห็นสีที่ต่างออกไป (ภาพจาก oled-display.net)

สรุป

ดังนั้น หากจะทำการทดลองนี้ให้ได้มาตราฐานและวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ควรจะใช้อุปกรณ์ที่ดูภาพเป็นอุปกรณ์เดิมในสภาพแวดล้อมเหมือนกัน และมุมมองที่ใช้ในการมองเท่ากันนั่นเอง

ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจของภาพหรือไม่

อย่างไรก็ตามผู้เขียนได้ทำการตรวจสอบค่าสีบนจุด 3 จุดที่ห่างออกมาจากจุดศูนย์กลางวงกลมเท่ากัน ผลปรากฎว่า ค่าสีที่ได้นั้น บางจุดก็มีสีเขียวมากกว่าสีแดงและสีน้ำเงิน ทำให้ในบริเวณโดยรอบสามารถสังเกตเห็นเป็นสีเขียว และในบางจุดก็มีค่าสีแดงน้อยที่สุด ด้วยความที่ค่าสีในแต่ละจุดบนระยะห่างจากจุดศูนย์กลางวงกลมที่เท่ากันนี้เอง อาจทำให้สีที่เห็นผิดเพี้ยนไป

จุดที่ 1 และ 2 มีค่าสีเขียวมากกว่าจุดที่ 3
จุดที่ 1 และ 2 มีค่าสีเขียวมากกว่าจุดที่ 3

ปล. สุดท้ายนี้ ผู้เขียนได้ค้นหาแหล่งอ้างอิงต่างๆ แต่ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวกับการมองสีต่างๆ (ออร่า) เกี่ยวข้องกับการแปรผลมาเป็นความอัจฉริยะทางสมองแต่อย่างใด ดังนั้นการทดสอบนี้ จึงไม่ปักใจเชื่อ อย่างไรก็ตามหากใครพบแหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ สามารถ comment มาบอกกันได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ

เขียนโดย

Nattakorn Leardthanapaichit

นิสิตภาควิชาเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ กำลังสนุกกับการพบปะผู้คน ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นพิเศษ
   
Tags: , , , , , , , , , , , ,