คุณพร้อมหรือไม่? เปิดแผนการส่งมนุษย์ไปอาศัยบนดาวอังคารของ Elon Musk

คุณพร้อมหรือไม่? เปิดแผนการส่งมนุษย์ไปอาศัยบนดาวอังคารของ Elon Musk

คุณ Elon Musk แห่ง SpaceX ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Iron Man ในโลกความเป็นจริง ได้นำเสนอถึงแผนการที่จะพามนุษย์ไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ภายใน 40-100 ปีข้างหน้านี้ ในงานการประชุม International Astronautical Congress (IAC) โดยเขาได้เผยถึงเทคโนโลยีซึ่งจะเปลี่ยนโลกของการสำรวจอวกาศไปโดยสิ้นเชิง

แผนการอันยิ่งใหญ่ในการขนส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร

ล่าสุดคุณ Elon Musk ได้เผยถึงแผนการที่จะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอีก 40-100 ปีข้างหน้านี้ในงาน International Astronautical Congress โดยจะลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่อคนลงไปอีก และอย่างเร็วที่สุดคือ ส่งจรวดขึ้นไปพร้อมกับ Red Dragon ภายในปี 2018 นี้

การคำนวณอย่างคร่าวๆ ของ Musk นั้น ปัจจุบันหากต้องการจะเดินทางไปยังดาวอังคารต้องใช้เงินประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบเท่ากับการซื้อบ้านกลางเมือง Manhattan เลยทีเดียว แต่เขาต้องการลดค่าใช้จ่ายให้เหลือเพียง 2 แสนดอลลาร์เท่านั้น (ก็ประมาณ 50,000 เท่า เท่านั้นเอง)

นอกจากนั้นในแผนการ เขายังคิดที่จะสร้างระบบขนส่งระหว่างดาว (Interplanetary Transport System) โดยมียานอวกาศขนาดยักษ์กว้าง 17 เมตรและสูง 122 เมตร ทำหน้าที่ขนส่งคนคราวละ 100 คนหรือสัมภาระ 100 ตันขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งจะเป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา

spacexs-interplanetary-transport-system

Raptor เครื่องยนต์ใหม่ ใช้มีเทน

ยานอวกาศโคตรใหญ่ยักษ์นี้จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ใหม่ไม่ใช่ Merlin อีกต่อไป โดยมีชื่อว่า Raptor ซึ่งจะใช้เชื้อเพลงที่ประกอบด้วยมีเทนและออกซิเจนเหลว ที่ทาง SpaceX หวังว่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3 เท่าจาก Merlin

ดังนั้นเราจะสามารถเดินทางจากโลกไปยังดาวอังคารโดยใช้เวลาเพียง 30-80 วัน นอกจากนี้ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้สามารถเติมเชื้อเพลิงขณะลอยอยู่ในอวกาศได้ SpaceX ยังมีโอกาสที่จะสร้างสถานีเติมเชื้อเพลิงในอวกาศ เพื่อการเดินทางไปยังดาวอื่นๆ ได้อีกด้วย แม้กระทั่งดวงจันทร์ยูโรปาที่พึ่งจะมีข่าวว่าค้นพบน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากผิวดาว ระบบการขนส่งแบบนี้จะช่วยให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดในการสำรวจอวกาศอย่างแน่นอน

This system really gives you freedom to go anywhere you want in the solar system

คุณ Musk กล่าว

ภาพจำลองการเติมเชื้อเพลิงบนดวงจันทร์ Enceladus บริวารของดาวเสาร์
ภาพจำลองการเติมเชื้อเพลิงบนดวงจันทร์ Enceladus บริวารของดาวเสาร์
ภาพจำลองการเติมเชื้อเพลิงบนดวงจันทร์ยูโรปาบริวารของดาวพฤหัส
ภาพจำลองการเติมเชื้อเพลิงบนดวงจันทร์ยูโรปาบริวารของดาวพฤหัส

ปิดท้ายด้วยคลิปแผนการเดินทางไปยังดาวอังคาร

ทำไมเราถึงต้องไปอาศัยอยู่บนดาวอังคาร?

เป็นที่รู้กันดีว่าไดโนเสาร์สูญพันธ์ุเพราะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเหตุการณ์การสูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกนั้นเกิดขึ้นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยตั้งแต่ 500 กว่าล้านปีที่ผ่านมาโลกของเราผ่านเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่หลวงมาแล้วหลายครั้ง ทั้งการเกิดระเบิดของ Supernova รังสีแกมม่า อุกกาบาตพุ่งชนโลก

1062px-extinction_intensity1-600x416

จะเห็นว่าโลกของเรามีโอกาสในการเกิดการสูญพันธ์ุครั้งทุกๆ 50 ล้านปี หมายความว่ามีโอกาส 1 ใน 50,000 ที่ในอีก 1,000 ปีข้างหน้า การสูญพันธุ์นี้จะกลับมาอีกครั้ง หากจะยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ฟ้าจะผ่าลงมาที่จุดๆ หนึ่งอย่างแน่นอนภายใน 30 วันข้างหน้า แล้วมีคนท้าให้เราไปยืนบนจุดนั้นเพียง 5 วินาที เราจะทำหรือไม่? หรือเรามีแฟลชไดร์ฟหนึ่งอัน เรากำลังจะเสียบแฟลชไดร์ฟนี้เพื่อปริ๊นงานในคอมที่เรารู้แน่ๆ ว่าแฟลชไดร์ฟนี้กำลังจะติดไวรัสและข้อมูลทุกอย่างในนั้นจะหายไปหมด เราจะทำอย่างไร? คำตอบก็คือ เราจะก็อบปี้ไฟล์ทั้งหมดไปไว้ที่อื่นใช่ไหม?

นี่คือเหตุผลที่คุณ Elon Musk ต้องการส่งคนจำนวนอย่างน้อย 1 ล้านคนไปอาศัยยังดาวอังคาร

ที่ต้องเป็น 1 ล้านคนก็เพราะว่า คุณ Musk ประมาณอย่างหยาบๆ ถึงจำนวนคนอย่างต่ำที่พวกเราจะอยู่รอด เติบโต และก้าวหน้าต่อไปหากวันหนึ่งโลกได้ถึงกาลอวสาน

extinction-timeline-600x201

การแข่งขันทางเทคโนโลยีอวกาศ

ในช่วงสงครามเย็น ทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย (โซเวียต)  แข่งขันกันสร้างเทคโนโลยีอวกาศกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยในช่วงนั้น รัสเซียส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ก่อนสหรัฐซึ่งหมายความว่าเทคโนโลยีของโซเวียสในช่วงนั้นล้ำหน้ากว่า โลกจึงอาจเห็นว่าลัทธิคอมมิวนิสต์นั้นยิ่งใหญ่กว่าระบบทุนนิยม ซึ่งสหรัฐยอมไม่ได้ เป็นเหตุให้ในอีก 8 เดือนถัดมา NASA จึงถือกำเนิดขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันกันคิดค้นเทคโนโลยีทางอวกาศ

ปี 1961 ยูริ กาการิน นักบินอวกาศคนแรกที่โคจรรอบโลกได้สำเร็จ ประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้นนาย John F. Kennedy จึงขึ้นกล่าวสุนทรพจน์อันโด่งดัง “เราเลือกที่จะไปดวงจันทร์ ไม่ใช่เพราะมันง่าย เพราะมันยาก!!”

หลังจากนั้นเงินทุนต่างๆ ก็เทเข้าสู่ภารกิจด้านอวกาศ ซึ่งตีเป็นเงินถึง 205 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน กลายเป็นภารกิจชื่อ Apollo และก็สำเร็จในเวลาต่อมาในปี 1969 กับ Apollo 11 พร้อมกับนีลร์ อาร์มสตรองและบัซ อัลดริน มนุษย์ผู้ซึ่งขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้เป็นคนแรก

aldrin_apollo_11-600x600

แต่ภารกิจสำรวจอวกาศในแต่ละครั้งนั้นใช้เงินทุนสูงมาก หลังจากสหรัฐเริ่มชนะการแข่งขันนี้ จากเงินทุนที่หลั่งเข้าสู่โครงการอวกาศต่างๆ ก็เริ่มน้อยลงไป จากคนผู้ใช้เงินฟุ่มเฟือยก็เริ่มกลับไปใช้เงินเป็นปกติ เทคโนโลยีจรวดต่างๆ ก็เริ่มหยุดนิ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วงการสำรวจอวกาศก็ดูซบเซาลงไป

full-budget-600x390

โปรเจ็ค Falcon จุดประกายความหวังใหม่

การส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่งานง่ายและมีค่าใช้จ่ายสูง คุณ Elon Musk จึงก่อตั้งบริษัท SpaceX มาเพื่อคิดใหม่ทำใหม่ สร้างเทคโนโลยีและใช้วัสดุอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด กลายมาเป็นโปรเจ็ค Falcon และใช้เครื่องยนต์เทคโนโลยีของ SpaceX เอง ชื่อ Merlin มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนในการขนส่งอวกาศ

เครื่องยนต์ Merlin
เครื่องยนต์ Merlin

การทดสอบเครื่องยนต์ Merlin

ส่วนที่ 1 เติมเชื้อเพลิงสู่จักรวาลอันไกลโพ้น

จรวดเป็นการเดินทางรูปแบบเดียวในปัจจุบันที่ “ใช้แล้วทิ้ง” ไม่เหมือนกับยานพาหนะในรูปแบบอื่นๆ จึงทำให้มีราคาสูงมาก โดย Musk ต้องการลดต้นทุนการส่งคนไปยังดาวอังคารให้เหลือเพียงคนละ 500,000 ดอลลาร์ ภารกิจของ Falcon ในแต่ละครั้งจึงเป็นการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ โดยการยิง Falcon พร้อมสัมภาระขึ้นสู่อวกาศ ปล่อยสัมภาระแล้วบินกลับมาลงยังฐานยิง เติมเชื้อเพลิง และสามารถยิงกลับขึ้นไปใหม่ได้อีกหลายๆ ครั้ง

ในตอนนี้โปรเจ็ค Falcon ได้ลองผิดลองถูก และพัฒนาจากจรวดขนาดเล็ก จาก Falcon 1 ที่ใช้เครื่องยนต์ Merlin เครื่องเดียว กลายมาเป็น Falcon 9 ที่มีขนาดใหญ่ ใช้ Merlin 9 เครื่อง สามารถสร้างแรงขับมากถึง 690 ตัน เผาผลาญเชื้อเพลิง 2,044 ลิตรต่อวินาที หรือเทียบกับการสูบน้ำออกจากสระว่ายน้ำได้หมดภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 นาที ขนส่งคนหรือสัมภาระได้คราวละมากๆ ได้แล้ว

เปรียบเทียบ Falcon 1 และ Falcon 9 กับจรวดอื่นๆ
เปรียบเทียบ Falcon 1 และ Falcon 9 กับจรวดอื่นๆ
spacex-falcon-9-octaweb-600x401
เครื่องยนต์ Merlin ของ Falcon 9
falcon9-792x1024
Falcon 9

ส่วนที่ 2 ส่วนควบคุมทิศทางและเร่งเครื่องไปยังเป้าหมาย

ส่วนจรวด Falcon นั้นประกอบไปด้วยเชื้อเพลิงเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องมีส่วนที่ 2 ซึ่งไว้ผลักสัมภาระหรือคนไปต่อเมื่อขึ้นสู่อวกาศ โดยประกอบด้วย Merlin เพียงเครื่องเดียว แต่ออกแบบมาเพื่อใช้ในภาวะสุญญากาศแบบในอวกาศเท่านั้น

ภารกิจในส่วนที่สองคือการขนส่งไปให้ถึงเป้าหมายอย่างแม่นยำ โดยจะทำการเร่งหรือดับเครื่องยนต์ เพื่อควบคุมทิศทาง รวมไปถึงความเร็วให้ถึงเป้าหมาย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนี้ชิ้นส่วนที่ 2 นี้จะถูกปลดออก เหลืองไว้เพียงส่วนสัมภาระที่จะมุ่งหน้าต่อไปเท่านั้น

ขั้นตอนการแยกส่วนที่ 2 ออกจากส่วนสัมภาระ
ขั้นตอนการแยกส่วนที่ 2 ออกจากส่วนสัมภาระ

ส่วนที่ 3 ส่วนสัมภาระ

ส่วนหัวของ Falcon 9 มีทั้งแบบหัวคล้ายกระสุนและแบบสามเหลี่ยมเพื่อขนส่งดาวเทียมและคนตามลำดับ ในแบบสามเหลี่ยมนั้นเป็นยานอวกาศ (Space craft) เพื่อใช้ในการส่งของและอาจจะใช้ขนส่งคนในอนาคต มีนามว่า “Dragon”

space_x_dragon_in_orbit
หน้าตเต็มๆ ของ Dragon

การยิงจรวด Falcon 9 ในครั้งที่ 3 พร้อม Dragon ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอวกาศอีกครั้ง จากภารกิจระหว่าง SpaceX และ NASA ทดสอบขนส่งสัมภาระไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

17_dragongrappled_full-600x399

จากที่เคยล้มเหลวในกับ Falcon 1 ใน 3 ครั้งแรก แต่ในอีก 20 ครั้งถัดมาการยิงจรวด Falcon ก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี แต่ถึงอย่างนั้นในครั้งถัดมา Falcon ก็ระเบิดกลางอากาศ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทุกครั้งคือหายนะอันใหญ่หลวง แต่เราย่อมได้เรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อพัฒนาต่อไปอยู่เสมอ

อ้างอิง: SpaceXWait but Why, Universe TodayPopular Science

เขียนโดย

Nattakorn Leardthanapaichit

นิสิตภาควิชาเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ กำลังสนุกกับการพบปะผู้คน ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นพิเศษ
   
Tags: , , , , , , , , , , , ,