Cinema 3D เทคโนโลยีการดูหนัง 3 มิติ ไม่ต้องสวมแว่นตา

Cinema 3D เทคโนโลยีการดูหนัง 3 มิติ ไม่ต้องสวมแว่นตา

งานวิจัยจาก MIT และ CSAIL ร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์ Weizmann ประเทศอิสราเอล ในการออกแบบเทคนิคใหม่ ให้มีความสามารถในการฉายหนังแบบ 3 มิติโดยไม่ต้องสวมแว่นตา

เทคโนโลยีการดูหนัง 3 มิติ ไม่ต้องสวมแว่นตา

ภายในงาน SIGGRAPH ซึ่งเป็นงานประชุมผลงานวิจัยด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก ในแคลิฟอร์เนีย ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยจาก MIT และ Computer Science and Artificial Intelligence Lab (CSAIL) แห่ง MIT ร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์ Weizmann ประเทศอิสราเอล ได้แสดงผลงานการออกแบบหน้าจอให้มีความสามารถในการฉายภาพแบบ 3 มิติซึ่งสามารถขยายสเกลขึ้นไปในระดับหน้าจอยักษ์แบบโรงหนังได้

ดูหนัง 3 มิติ ไม่ต้องสวมแว่นตา

เทคนิคใหม่ที่ทีมนักวิจัยนี้สร้างขึ้น เรียกว่า Cinema 3D เป็นการใช้กระจกโค้งงอและเลนส์เพื่อสะท้อนสีของภาพจากจอให้เข้าสู่ตาของผู้ชมแต่ละคนด้วยมุมแคบๆ จากเทคนิคนี้ทำให้ผู้ชมในโรงซึ่งมีตำแหน่งห่างจากจอและมุมในการมองต่างกันออกไป รวมถึงหากผู้ชมขยับหัวภายในเก้าอี้นั่ง ก็ยัสามารถชมภาพแบบ 3 มิติโดยไม่ต้องสวมแว่นตาได้

ใช้กระจกโค้งงอและเลนส์เพื่อสะท้อนสีของภาพจากจอ
ใช้กระจกโค้งงอและเลนส์เพื่อสะท้อนสีของภาพจากจอ
สะท้อนสีของภาพจากจอให้เข้าสู่ตาของผู้ชมแต่ละคนด้วยมุมแคบๆ
สะท้อนสีของภาพจากจอให้เข้าสู่ตาของผู้ชมแต่ละคนด้วยมุมแคบๆ

ในปัจจุบันนี้การดูหนัง 3 มิติ โดยไม่ต้องสวมแว่นตานั้นสามารถทำได้แล้ว แต่ไม่สามารถขยายสเกลไปในระดับหน้าจอใหญ่ได้ เนื่องจากเป็นออกแบบหน้าจอที่ใช้เทคนิคการวางแผ่นสลิต (เรียกอีกชื่อว่า parallax barrier) ไว้ข้างหน้าจอแสดงผล ทำให้ตาของเราสามารถมองเห็นความลึกของภาพที่ถูกจำลองขึ้นมาได้ แต่เทคนิคนี้มีข้อจำกัดคือต้องมีระยะในการมองที่จุดหนึ่งคงที่ ซึ่งหากจะขยายเป็นหน้าจอในโรงหนังได้นั้นต้องการระยะการดูที่แตกต่างกัน รวมถึงองศาในการมองจอที่ต่างกันไปด้วย

เราจะได้ดูหนัง 3 มิติ โดยไม่ต้องสวมแว่นตาในเร็วๆ นี้ไหม

เทคนิค Cinema 3D ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง (Prototype) ซึ่งใช้กระจกและเลนส์จำนวน 50 ชุด และหน้าจอยังมีขนาดใหญ่กว่ากระดาษ A4 เพียงเล็กน้อย แต่จากทฤษฎีแล้วเทคนิคนี้สามารถขยายขนาดขึ้นไปในระดับหน้าจอใหญ่อย่างโรงหนังได้ ซึ่งทางทีมวิจัยบอกว่า การจะไปให้ถึงจุดนั้นยังต้องอาศัยเงินทุนในการสนับสนุนให้งานวิจัยนี้ขยายขึ้นไปขนาดนั้นได้ และนี่เป็นเป้าหมายสำคัญถัดไปของงานวิจัยนี้

 

 อ้างอิง: MIT News

ล่าสุดเจมส์ คาเมรอน ประกาศสร้างหนัง Avatar ภาค 2 จะใช้เทคโนโลยี 3 มิติความละเอียดสูงโดยไม่ต้องใส่แว่น 3D แล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าใช้เทคนิคใด

เขียนโดย

Nattakorn Leardthanapaichit

นิสิตภาควิชาเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ กำลังสนุกกับการพบปะผู้คน ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นพิเศษ
   
Tags: , , , ,