เทคโนโลยีในอนิเมะเรื่อง Sword Art Online ที่เป็นจริงแล้วในปัจจุบัน

เทคโนโลยีในอนิเมะเรื่อง Sword Art Online ที่เป็นจริงแล้วในปัจจุบัน

เดินหน้ากันไปแล้วหลังจากที่ IBM Japan ได้ริเริ่มโครงการ Sword Art Online : The Beginning เกมออนไลน์บนโลกเสมือนจริง ตอนนี้ความคืบหน้าอะไรบ้าง แล้วใช้เทคโนโลยีอะไรเพื่อพัฒนาไปบ้างมาดูกัน

Sword Art Online (SAO) เป็นนิยาย light novel ของอ.เรกิ คาวาฮิระ ที่โด่งดังอีกเรื่องในประเทศญี่ปุ่น ว่าด้วยเรื่องราวโลกอนาคตที่เราสามารถเล่นเกมออนไลน์บนโลกเสมือนจริง (VRMMO : Virtual Reality Massively Multiplayer Online) ได้ผ่านทาง “เนิร์ฟเกียร์” (Nervegear) อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทในสมองเพื่อใช้ในการควบคุมเกม และภาพจะปรากฎในขณะที่เราหลับ เมื่อสวมใส่อุปกรณ์นี้ก็จะทำให้เราเข้าสู่โลกอีกใบทันที ซึ่งในเรื่องเกมในเรื่องจะเป็นลักษณะ RPG (Role-Playing Game) หรือที่คนทั่วไปชอบพูดว่า “เกมเก็บเลเวล” นั่นเอง

APP11304
อุปกรณ์ Nervegear ที่ใช้เชื่อมต่อเข้าสู่เกมออนไลน์ในเรื่อง

จะเป็นอย่างไร ถ้าเกมนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง?

IBM Japan ร่วมกับ Sword Art Online: The Beginning ได้เปิดเผยโครงการนี้ขึ้นร่วมกับผู้เขียนเรื่อง และเปิดโอกาสให้คนสนใจในประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมทดสอบระบบต้นแบบ Alpha Test ในวันที่ 18 – 20 มีนาคมที่ผ่านมาในเมืองโตเกียว โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมเกมนี้เกือบแสนคน !! แต่ทางโครงการรับผู้สมัครจำนวน 208 คนเท่านั้น

บรรยากาศทดสอบระบบต้นแบบ Alpha Test จากเว็บ DAISUKI.net

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Sword Art Online มีอะไรบ้าง

Nervegear รุ่น Prototype

ซึ่งตัวนี้ยังไม่สามารถเชื่อมตัวกับสมองได้นะ (แฮ่) ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่ามีอุปกรณ์นี้จะประกอบไปด้วยไมค์, Leap Motion, แว่น Oculus Rift, Ovrvision นั่นเอง

651119

ภาพบรรยากาศภายในเกมผ่านผู้เล่นจริง

Oculus

มันก็คือแว่นตาเข้าสู่โลกเสมือนจริง หรือเรียกสั้นๆว่า “แว่น VR” (ย่อมาจาก Virtual Reality) ซึ่งเมื่อสวมแว่นเราจะเห็นความลึกตื้นได้เหมือนสวมแว่น 3 มิติเลย แต่มากกว่าไปกว่านั้น คือเราสามารถเห็นวิวได้หมด 360 องศาผ่านจอภาพได้เลย  และเจ้าแว่นตาตัวนี้เพิ่งถูกซื้อกิจการโดย Facebook ไม่นานนี่เอง ซึ่งโปรเจกต์นี้ใช้ Oculus Rift DK2 ในการเล่นครับ

camera_dk2
หน้าตา Oculus Rift DK2

ส่วนหลักการที่เราเห็นภาพพวกนี้เป็นสามมิติ มาจากภาพสองภาพที่มีความต่างกันมาซ้อนทับเป็นภาพเดียว ทำให้เราเห็นความลึกตื้นของภาพนั่นแหละ ซึ่งหลักการนี้ก็ใช้วิธีเดียวกับที่ทำตาให้เข แพ่งรวมสามจุดให้เป็นจุดเดียวในหนังสือสมัยเก่านั่นเอง (ไม่รู้เด็กสมัยนี้ยังทันอยู่ไหมนะ 555+) ซึ่งถ้าใครอยากลองใช้ระบบ VR ราคาถูกแล้วละก็ ขอแนะนำให้ซื้อ Google Cardboard มาทดลองเล่นดูก็ได้ครับ

Dont-Let-GO-Oculus-Rift-DK2-1
ตัวอย่างภาพในเกม Don’t Let Go ที่ปรากฎบนจอ Oculus (ที่มา: theriftarcade.com)

ตอนนี้ทาง Oculus เองได้ออกแว่น Oculus สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Consumer) ออกมาเรียบร้อยแล้วในชื่อ Oculus Rift ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 599 เหรียญหรือ 21,700 บาทโดยประมาณ หากใครสนใจก็สามารถสั่งสินค้า pre-order ที่เว็บ Oculus ได้โดยตรงเลย  และแน่นอนว่าถ้าซื้อไปแล้วก็อย่าลืมตรวจสอบสเปคคอมพิวเตอร์ของท่านด้วยว่าถึงขั้นต่ำตามที่บริษัทแนะนำหรือเปล่า (มิฉะนั้นซื้อไปแล้วเล่นไม่ได้ เดี๋ยวหาว่าไม่เตือนนะ)

Leap Motion

มันก็คืออุปกรณ์จับตรวจความเคลื่อนไหวของมือและนิ้วมือนั่นเอง (motion sensor) ไม่ว่าจะจีบนิ้ว งอนิ้ว กำหรือแบมือ เซนเซอร์ตัวนี้สามารถวัดได้หมดผ่านอากาศ เพียงแค่วางเครื่องนี้ไว้ด้านล่างของมือนั่นเองครับ

maxresdefault
หน้าตาของ leap motion และวิธีการใช้ (ที่มา: youtube.com)

ส่วนคำถามที่ถามว่า ระบบมันรู้ได้ยังไงว่าเรากำลังเคลื่อนไหวมือ ที่ตัว leap motion จะมีแสดงอินฟราเรดส่องอยู่ด้านหน้าอุปกรณ์ตลอดเวลา

Orion_2
เบื้องหลังการทำงานของ Leap Motion วัดกันเป็นข้อนิ้วเลยทีเดียว

ซึ่งโปรเจกต์นี้ได้ประยุกต์โดยการนำ Leap Motion ติดไว้หน้ากล้องแทน ทำให้เหมือนหันหัวไปทางไหนระบบก็จะสามารถจับเซนเซอร์มือ เวลาทำกิจกรรมต่างๆ นั่นเอง เช่น การผลัก การขว้าง หรือฟาดอาวุธใส่สัตว์ประหลาดครับ

ราคา Leap Motion ตอนนี้อยู่ที่ 99.99 เหรียญหรือประมาณ 3,500 บาท แต่ถ้ารีบอยากได้ตอนนี้ก็มีตัวแทนจำหน่าย Leap Motion ในประเทศไทยแล้ว ลองค้นหาดูนะ แต่ถ้าอยากใช้คู่กับแว่น Oculus แนะนำให้ซื้อ VR Developer Mount เป็นกล่องสำหรับประกอบ leap motion กับ oculus เข้าด้วยกัน) เพิ่มอีก 19.99 เหรียญหรือ 700 บาท

ระบบตรวจการเคลื่อนไหวเสมือนจริง

(ระบบตรวจการเคลื่อนไหวเสมือนจริง หรือที่เรียกว่า Virtual Reality Motion Platform) ซึ่งในโปรเจกต์ SAO ไม่ได้กล่าวไว้ว่าใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวใด (น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ IBM พัฒนาขึ้นมาเอง) ซึ่งตัวนี้ก็มีอีกเจ้านึงที่ทำคล้ายๆกัน และเคยประกาศขายผ่าน kickstarter จนประสบความสำเร็จมากมายนั่นคือ Virtuix Omni นั่นเอง ซึ่งต้องใช้คู่กับแว่น Oculus เพื่อให้มองภาพได้ 360 องศา และรองเท้าพิเศษที่ติดเซนเซอร์ตรวจจับการวิ่งในการเล่นในเกม  ซึ่งราคาอุปกรณ์พร้อมครบชุดอยู่ที่ 699 เหรียญ หรือประมาณ 25,000 บาท ใครเงินเหลือสามารถ pre-order ได้ที่เว็บเจ้าของโดยตรงเลย

Ovrvision PRO

VR Stereo camera พูดง่ายๆ ก็คือกล้องต่อออกสำหรับแว่น Oculus นั่นเองครับ นอกจากเราจะเห็นภาพจากในจอแล้ว ยังต้องมีกล้องนอกรับภาพต่างๆด้านนอกเพื่อนำมาใช้ประมวลอีกต่างหาก เช่น การติดตามตรวจจับมือ (hand-tracking) และยังสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของนิ้วมือได้อีกต่างหาก

หากผู้ใดสนใจซื้อไปติดตั้ง หรือเผื่ออยากไปพัฒนาต่อยอด ผู้ผลิตตั้งราคาชุดเต็มไว้ที่ 415 เหรียญ หรือประมาณ 15,000 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่

buytop1
หน้าตาของ Ovrvision Pro

Microsoft Kinect 2

หากใครมีเครื่องเล่นเกม Wii อยู่ น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากับเครื่องเล่นนี้เป็นอย่างดี Micrsoft Kinect ซึ่งเป็นกล้องที่เชื่อมต่อกับ Wii เพื่อเป็นเซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหวของผู้เล่นอีกตัวนั่นเอง แน่นอนว่าพัฒนามาจากบริษัท Microsoft (แหงล่ะ) ทางบริษัทก็ไม่ได้หวงให้เล่นได้เฉพาะแค่ใน Wii เท่านั้น ผู้พัฒนาหรือโปรแกรมเมอร์ก็สามารถนำไปต่อยอดได้เช่นกัน ซึ่งกล้องไม่ได้วัดแค่การเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว ยังสามารถจำแนกสภาพแวดล้อม เช่น ผนัง ฉากหลัง ผู้เล่นอยู่ข้างหน้า ข้างหลัง หรือตรวจความเร็วมือ เช่น การเล่นเกมต่อยมวย หรือตีเทนนิส ระบบก็สามารถจำแนกมือออกไปได้ ไม่แปลกครับที่ IBM จะเลือกเทคโนโลยีมาใช้ในเกม

Xbox-One-Kinect
รูป Microsoft Kinect (ที่มา: wikipedia.org)
Screen Shot 2559-03-23 at 11.43.43 AM
กล้อง Microsoft Kinect ฉายภาพไปที่ผู้เล่นเพื่อประมวลผล

SoftLayer

เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่ใช้นั้นมีมาก ไหนจะเกมเอย ไหนจะตัวละครมาเป็นร้อยๆคนอีก IBM จึงได้สร้างโปรเจกต์ SAO ขึ้นมาเพื่อใช้คู่กับ SoftLayer นั่นเอง ซึ่งมันก็คือ Cloud Computing ของ IBM เพื่อประมวลด้วยคอมพิวเตอร์ใน cloud ได้เร็วขึ้นกว่าใช้เครื่องเดียว

 

softlayer
ภาพ softlayer จากคู่มือแนะนำ

Screen Shot 2559-03-23 at 11.45.22 AM

สำหรับคนที่อยากติดตามโปรเจกต์ SAO นี้ต่อสามารถเข้าไปติดตามได้ที่ www.vrmmo-project.jp ครับ

บรรยากาศภายในเกม

แต่ทว่าในเกมที่ใช้ทดลอง ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทจริงๆ เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี แต่ในปัจจุปันเทคโนโลยีทำให้มีอุปกรณ์ต่างๆ มาทดแทนมากขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็ไม่แน่นะ อีกไม่นานอาจจะมีวิธีเชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทจริงๆ ก็ได้นะ

เขียนโดย

Nipitpon Chantada

หน้าตาดีไปวันๆ วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากแก้โค้ด
   
Tags: , , , , , , ,